วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2556

Computer เครื่องเดียวครบทุกระบบปฎิบัติการด้วย Virtual Machine Vmware 


          ในบทความนี้ จะขอแนะนำโปรแกรมที่จะมาช่วยคุณๆท่านๆให้ทำงานได้สะดวกขึ้น ไม่ต้อง Format เพื่อจะลง OS ตัวใหม่ ไม่ต้องแบ่ง Parttion ให้ยุ่งยาก ไม่ต้องสร้าง Multiboot เราจะรวมทุกอย่างไว้ที่นี่ที่เดียว หรือท่านใดที่ประสบปัญญา Software ที่ใช้งานทางด้าน Automation ของท่านไม่สามารถติดตั้งได้บน เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขายอยู่ในยุคปัจจุบันนี้ แต่ท่านยังจำเป็นต้องใช้มัน เพื่อการทำงานอยู่ทุกวัน วันนี้เรามารู้จักกับ Vmware กันเถอะ 



          VMWare เป็นโปรแกรมที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อสร้างคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine) ขึ้นบนระบบปฏิบัติการเดิมที่มีอยู่ ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ลงระบบปฏิบัติการอยู่แล้ว ระบบเดียว ให้สามารถทำการลงระบบปฏิบัติการ อื่นๆได้อีก ผ่านโปรแกรม VMWare อีกทีหนึ่ง ซึ่งเมื่อลงแล้ว ทั้งสองระบบสามารถทำงานพร้อมกันได้โดยแยกจากกันค่อนข้างเด็ดขาด (เสมือนเป็นคนละเครื่อง) โดยคอมพิวเตอร์เสมือนที่สร้างขึ้นมานั้น จะมีสภาพแวดล้อมเหมือนกับคอมพิวเตอร์จริงๆ เครื่องหนึ่ง ซึ่งจะประกอบด้วย พื้นที่ดิสก์ที่ใช้ร่วมกับพื้นที่ดิสก์ของเครื่องนั้นๆ การ์ดแสดงผล การ์ดเน็ตเวิร์ก พื้นที่หน่วยความจำซึ่งจะแบ่งการทำงานมาจากหน่วยความจำของเครื่องนั้นๆ
เช่นเวลาเราอยากทดสอบ windows หรือ linux แต่ไม่อยากต้อง format เครื่องเพื่อลง OS ใหม่ ก็ใช้ โปรแกรม vm นี่แหละครับ จำลองเครื่องขึ้นมา เพื่อให้เราได้หัด install, format, ใช้โปรแกรม บนเครื่องจำลอง ถ้าผิดพลาดอะไรขึ้นมาก ก็ลบมันทิ้งได้เลย โดยที่เครื่องของเราไม่เสียหายเลยแม้แต่น้อย


          ปัจจุบันโปรแกรม VMWare มีเวอร์ชันทั้งสำหรับการทำงานบน Windows และ Linux  เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่จำลองเครื่องคอมพิวเตอร์ เสมือนเรามีคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นอีกได้หลายเครื่อง ทำให้เราสามารถจะติดตั้ง OS ได้หลายตัว โดยไม่ต้องแบ่งพาร์ติชั่นของ HD มันจะเอาเนื้อที่ของ HD มาจำลองเป็นเครื่องคอมเพิ่มให้ โดยเราสามารถกำหนดขนาดได้ ทำทุกอย่างได้เสมือนจริงทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการ restart เครื่อง จนถึงการติดตั้ง software
สำหรับท่านที่ชอบทดลองการลง OS เวอร์ชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น MS-DOS, Windows 3.1, 95, 98, ME, 2000, XP, 2003, Linux, Netware, Solaris และอีกมากมาย




            ตัวล่าสุดที่ถูกพัฒนาขึ้นมา เป็น VMware Workstation 10 สำหรับวินโดวส์ ขยายขีดจำกัดซีพียูเสมือนเป็น 16 ตัว, แรม 64GB, ฮาร์ดดิสก์ 8TB, เชื่อมต่อผ่าน USB เร็วกว่าเดิม, vSATA controller ตัวใหม่, จำนวน virtual network เพิ่มขึ้นสองเท่า, รู้จัก Windows 8.1 แล้ว และรองรับ virtual accelerator สำหรับการใช้งานบนแท็บเล็ตแล้ว
ฟีเจอร์ใหม่ของ VMware Workstation เวอร์ชันนี้คือสามารถกำหนดให้ VM หมดอายุได้ล่วงหน้า โดย VM ที่หมดอายุจะไม่สามารถทำงานได้ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขจากแอดมินของระบบ
VMware Workstation 10 ราคาเต็ม 249 ดอลลาร์, ราคาอัพเกรด 119 ดอลลาร์ และถ้าซื้อ VMware Workstation 9 หลังวันที่ 1 สิงหาคม 2556 นี้ ก็จะอัพเกรดเป็นเวอร์ชัน 10 ฟรี  
                สำหรับ ตัวที่สอง VMware Fusion 6 สำหรับแมค ฟีเจอร์ก็คล้ายๆ กับของวินโดวส์ สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการรองรับ OS X Mavericks, ปรับแต่งมาสำหรับแมครุ่นใหม่ๆ ที่ใช้ซีพียู Haswell
VMware Fusion 6 รุ่นมาตรฐานตั้งราคา 59.99 ดอลลาร์ และมีรุ่น Professional ให้เลือกในราคา 129.99 ดอลลาร์ ฟีเจอร์ของรุ่น Pro ได้แก่ VM หมดอายุ, ปรับแต่ง VM ได้มากขึ้น, โหมดการทำงานแบบจำกัด VM เดียว, โคลน VM แบบไม่ต้องโคลนทั้งก้อน (linked clones)



          Keyence PLC KV Series PLC ที่เล็กที่สุดในโลก



                ในบทความนี้จะขอแนะนำ PLC รุ่นเล็ก สำหรับใครที่กำลังมองหา เพื่อนำไปใช้งานในระบบควบคุม สำหรับงาน Automation เจ้าตัวนี้มันคือ Keyence PLC โดยเฉพาะรุ่น KV Series PLC ที่ทาง Keyence ให้ชื่อว่าเป็น PLC ที่เล็กที่สุดในโลก โดยมีคุณสมบัติเด่นด้าน Hi-speed Couter สูงถึง 30 kHz และความเร็วในการประมวลผลของ CPU ถึง 10 ไมโครวินาที รวมทั้งความง่ายในการใช้งาน ดังนั้น KV Series PLC จึงได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมที่มีการควบคุม Sequence, Drive หรืองาน stand alone เช่นเดียวกับ PLC ชั้นนำอื่น ๆ
                PLC ขนาดเล็กพิเศษ KV ซีรี่ส์ PLC ขนาดเล็กพร้อมด้วย I/O ขยายและซอฟต์แวร์แลดเดอร์บิลเดอร์ที่ใช้งานง่าย ช่วยให้ติดตั้งได้โดยประหยัดพื้นที่



Programmable Logic Controller ขนาดเล็กพิเศษ
http://www.keyence.co.th/img/spacer.gif
• 
PLC ขนาดเล็กที่สุดในโลก!
• 
มีชุดต่อขยายหลากหลายชนิดให้เลือกใช้
• 
เอาต์พุตของ Clock Pulse ความถี่ 20 kHz
• 
ซอฟต์แวร์แลดเดอร์ทำงานบน Windows® ที่ใช้งานง่าย
http://www.keyence.co.th/img/spacer.gif
PLC ขนาดเล็กพร้อมด้วย I/O ขยายและซอฟต์แวร์แลดเดอร์บิลเดอร์ที่ใช้งานง่าย ช่วยให้ติดตั้งได้โดยประหยัดพื้นที่
คุณลักษณะ
PLC ขนาดเล็กที่สุดในโลก
ปรับขยายได้ง่ายด้วยซอฟต์แวร์แลดเดอร์บิลเดอร์ที่ใช้งานง่าย
โปรดใช้เมนูแบบพูลดาวน์ของฝ่ายบริการข้างต้น เพื่อดาวน์โหลดแคตตาล็อกผลิตภัณฑ์ หากต้องการรายละเอียดที่ครบถ้วนสมบูรณ์


PLC ขนาดเล็กที่สุดในโลก
KV-10 (ที่มี I/O 10 จุด) มีขนาดเท่ากับรีเลย์แบบใช้งานทั่วไป 3 เครื่องรวมกัน ส่วน KV-80 (ที่มี I/O 80 จุด) มีขนาดเท่ากับวิดีโอเทป VHS PLC ใน KV ซีรี่ส์จึงใช้พื้นที่บนแผงควบคุมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
http://www.keyence.co.th/img/spacer.gif

มีชุดต่อขยายหลากหลายชนิดให้เลือกสำหรับเพิ่มจำนวน I/O
KV ซีรี่ส์สามารถต่อเพิ่มยูนิตขยายได้ถึง 4 ชุด การใช้ PLC เหล่านี้ จึงช่วยให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มจำนวน I/O ได้อย่างง่ายดาย และเพื่อให้ได้อัตราส่วนอินพุต/เอาต์พุตตามที่ต้องการ ผู้ใช้สามารถเพิ่มยูนิตขยายรุ่น KV-16E และ KV-8E รวมกันอย่างไรก็ได้ไม่เกิน 3 ตัวเข้ากับรุ่น KV-80 หรือ KV-40 แต่หากใช้รุ่นอื่นจะสามารถเพิ่มยูนิตขยายรวมกันได้ถึง 4 ตัว
http://www.keyence.co.th/img/spacer.gif

ยูนิต I/O แบบอะนาล็อกที่มีความละเอียด 12 บิต
ยูนิตขยาย KV-DA4 (D/A คอนเวอร์เตอร์) และ KV-AD4 (A/D คอนเวอร์เตอร์) พร้อมด้วย I/O 4 ช่องให้เลือกใช้ตามความต้องการ
http://www.keyence.co.th/img/spacer.gif

ซอฟต์แวร์สนับสนุนที่ทำงานได้บน Windows®
ซอฟต์แวร์สนับสนุนแลดเดอร์บิลเดอร์ ใหม่ล่าสุดช่วยให้ผู้ใช้สามารถดีบักโปรแกรมบนหน้าจอ PC ได้ โดยไม่จำเป็นต้องต่อเชื่อมกับ PLC หรืออุปกรณ์อื่น
http://www.keyence.co.th/img/spacer.gif

อินเทอร์รัปต์และเคาน์เตอร์
คำสั่งอินเทอร์รัปต์อินพุตสามารถรับสัญญาณพัลส์ที่สั้นเพียง 25µs ได้ ไม่ว่ารอบการทำงานของโปรแกรมจะเป็นเท่าใดก็ตาม ทำให้สามารถประมวลผลแบบเรียลไทม์ได้
นอกจากนี้ KV ซีรี่ส์ยังมีเคาน์เตอร์ที่มีความถี่ 10 kHz อีก 2 เครื่อง จึงเหมาะสำหรับการนับพัลส์ที่มีความถี่สูง
http://www.keyence.co.th/img/spacer.gif

KV ซีรี่ส์มีฟังก์ชันที่มีประสิทธิภาพสูงจำนวนมาก
มีประโยชน์มากในช่วงเริ่มต้นการทำงาน เนื่องจากทริมเมอร์ปรับค่าไทม์เมอร์แบบอะนาล็อกจะช่วยให้ปรับค่าของไทม์เมอร์และเคาน์เตอร์ได้แบบเรียลไทม์ตามสภาพการใช้งานจริง โดยสามารถปรับค่าได้ตั้งแต่ 0 ถึง 249 โดยในรุ่น KV-80, KV-40 และ KV-24 จะมีไทม์เมอร์แบบอะนาล็อกอยู่ 2 ตัว ส่วนในรุ่น KV-16 และ KV-10 จะมี 1 ตัว
http://www.keyence.co.th/img/spacer.gif

เอาต์พุตของ Clock Pulse ความถี่ 20 kHz (KV-80)
เอาต์พุตของ Clock Pulse มีความถี่ 20 kHz จึงช่วยให้กำหนดตำแหน่งที่ความเร็วต่างๆ กันได้ KV ซีรี่ส์จึงสามารถใช้เป็นเครื่องสร้างพัลส์ (Pulse Generator) ในสเต็ปปิ้งมอเตอร์ (Stepping Motor) (รุ่น KV-10/16/24/40 มีความถี่นาฬิกาสูงสุด 2 kHz)
http://www.keyence.co.th/img/spacer.gif

ยูนิต I/O แบบอะนาล็อกที่มีความละเอียด 12 บิต
ยูนิตขยาย KV-DA4 (D/A คอนเวอร์เตอร์) และ KV-AD4 (A/D คอนเวอร์เตอร์) พร้อมด้วย I/O 4 ช่องให้เลือกใช้ตามความต้องการ
http://www.keyence.co.th/img/spacer.gif

คุณลักษณะอื่นๆ
• มีไทม์เมอร์ 1 ms ภายในตัว
• หน่วยความจำจุได้ถึง 3,000 ขั้นตอน (500 ขั้นตอน: KV-10/16)
• ฟังก์ชันการติดต่อแบบอนุกรม
• เปลี่ยนรีเลย์ได้ (KV-80R, KV-16EYR)
• จัดเก็บโปรแกรมใน EEPROM จึงไม่ต้องใช้แบตเตอรี่สำรอง




 ข้อมูลจำเพาะของ Programmable Logic Controller ขนาดเล็กมากรุ่น KV ซีรี่ส์




           

OLE for Process Control (OPC)


           OPC คือ OLE For Process Control อธิบายง่าย ๆ คือ หากเรามี Controller (PLC, DCS) แต่ต้องการจะสื่อสารกับอุปกรณ์ควบคุมอื่น ๆ เช่น HMI,SCADA หรือ Remote Unit ต่างๆ ที่คนละยี่ห้อกันเพื่อให้สามารถสื่อสารกันได้จะต้องใช้ OPC เปรียบง่าย ๆ ก้อคือเป็นเหมือนตัวแปลภาษาของอุปกรณ์ให้คุยกันรู้เรื่องนั่นเอง แต่ถ้าอุปกรณ์ยี่ห้อเดียวกันอันนี้แล้วแต่บริษัทนั้น ๆ แล้วว่าวางคอนเซ็ปต์ไว้ว่าต้องใช้ OPC หรือไม่ ส่วนมากหากอุปกรณ์ยี่ห้อเดียวกันก็มักไม่จำเป็นต้องใช้ 


           ด้วยรูปแบบมาตรฐานของข้อมูลแบบเปิด ทำให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ทั้งหลายบนโลกใบนี้สามารถพัฒนาระบบสื่อสารข้อมูลของตนให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันบ้างก็เป็น Server (ผู้ให้ข้อมูลซึ่งก็มักจะเป็นอุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆในโรงงาน เช่น Sensor, Controller, PLC, หรือ HMI ) กับ Client (ผู้ใช้ข้อมูลซึ่งมักจะเป็นระบบการบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆเช่น HMI , SCADA ) ทั้งนี้การประยุกต์ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นการช่วยให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างค่ายกัน หรือ การรวบรวมข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆที่หลากหลายในเชิงของข้อมูลมีรูปแบบและมารตรฐานที่แตกต่างกันทำได้ง่ายขึ้น (หากต่างคนต่างพูดแต่ภาษาของตัวเอง พอจับมาอยู่รวมกันก็คงจะสื่อสารกันลำบาก)


           บางครั้งเราอาจใช้วิธีการอื่นๆเช่น นำข้อมูลต่างๆจากอุปกรณ์ไปกองไว้ในระบบฐานข้อมูล เช่น SQL Server ไว้ก่อน จากนั้นค่อยให้ระบบบริหารจัดการทรัพยากรค่อยมานำข้อมูลจากฐานข้อมูล ไปใช้อีกทีซึ่งก็มีข้อเด่นข้อด้อยแตกต่างกันไปทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้ข้อมูลของท่านเอง ว่าท้ายที่สุดแล้วท่านอยากจะได้อะไร


          ปัจจุบัน OPC Foundation มีสมาชิกทั่วโลก 140 บริษัท และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น เรื่อยๆ โดยเอกสารต่างๆเกี่ยวกับ OPC สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.OPCFoundation.org

วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เพิ่มความยาวสาย Programming PLC ด้วย USB RJ45 Extension Adapter






            สำหรับผู้ที่ทำงานทางด้าน Automation แทบจะทุกท่านที่จะต้องประสบปัญหาเหมือนๆกันก็คือ เวลานำเครื่องจักรไปติดตั้งที่โรงงานลูกค้า หรือแม้แต่ทางช่าง ของโรงงานเองที่จะต้องซ่อมบำรุงเครื่องจักร จะต้องนำเอาเครื่อง Computer Engineering ของท่านเข้าไปเชื่อมต่อเข้ากับอุปกณ์ Controller ของเครื่องจักร เพื่อจะทำงารแก้ไข Function การทำงาน หรือ ทำการ Monitor ดูสภาวะต่างๆของเครื่องจักร ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เจ้าตัว Controller จะถูกติดตั้งในสถานที่ ซึ่งอาจจะไม่อำนวยต่อการทำงานซักเท่าไร่นัก เช่นตั้งอยู่ใน Line ผลิตที่มีกลิ่นรุนแรงของ Product หรือตู้ควบคุมถูกติดตั้งห่างออกไปจากตัวเครื่องจักร ทำให้ยากแก่การมองเห็นการทำงานของเครื่องในขณะทำการแก้ไขโปรแกรมการทำงาน และด้วย สาย Interface ที่ทำมาให้เราใช้กันอยู่กับอุปกรณ์ นั้น ส่วนมากจะสั้น มีความยาวแค่ไม่เกิน 2 เมตร และเมื่อเราพยายามใช้สาย USB มาต่อขยายเพิ่มให้มัน ยาวมากๆ ก็จะมีปัญหาการใช้งานที่ไม่เสถียร ใช้ได้มั่ง หรือ อาจจะใช้ไม่ได้เลย
          
       

ในบทความนี้ จะนำเสนอ วิธีการทำให้สาย USB Programming Interface ของเรานั้น สามารถต่อได้ยาวขึ้น โดยใช้อุปกรณ์ ที่มีชื่อว่า  USB RJ45 Extension Adapter (ราคาเส้นละ 4xx บาท) ซึ่งมันสามารถทำการต่อได้ยาวถึง 45 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งจริงๆแล้วเราสามารถนำมันไปขยายความยาว อุปกรณ์อื่นๆได้อีกหลายอย่าง ที่เป็นการเชื่อมต่อแบบ USB Interface เช่น กล้องเว๊ปแคม ปริ๊นเตอร์ . 


        Usb Rj45 extension adapter ตัวนี้ รองรับความยาวสายแลนได้ยาวถึง 150ฟุต ก็ราวๆ 45เมตรครับ
สายแลนที่นำมาใช้ จะเป็นสายแลน cat5 หรือ cat6 ก็ได้ครับ ถ้าสายเส้นนั้นสามารถใช้งานได้ปกติ ที่ผมเคยเจอ
สายแลน ถูกๆ บางยี่ห้อ ลากสายยาวแค่ 7-8เมตร ก็ใช้งานไม่เสถียรแล้ว ถ้าสายแลนไม่ดี
ก็จะทำให้ระยะใช้งานสั้นไปด้วยครับ ถ้าจะลากสายยาวมากๆ แนะนำเป็นสายยี่ห้อ link หรือ amp เป็น cat5 / cat6
ก็ได้ครับ แนะนำให้ใช้สายแท้ครับ เพื่อประสิทธิภาพการรับส่งสัญญาณที่ดี




            วิธีต่อใช้งานก็ไม่ยากครับ นำสายแลนทั้ง 2 ฝั่ง เสียบเข้ากับตัว Usb Rj45 extension adapter ได้เลย ส่วนปลายของ ตัว Usb Rj45 extension adapter ด้านนึงเสียบเข้ากับเครื่อง Computer Engineering ส่วนอีกด้านก็จะเป็น อุปกรณ์ usb ที่เรานำมาใช้งาน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ Controller ที่เราต้องการจะเชื่อมต่อ ผมทดสอบกับ Lan Cable 20 เมตร ใช้งานได้ปกติ ทดสอบการ Upload / Download / Monitor Controller PLC (Omron PLC ) ใช้ได้ดีทีเดียว เหมือนกับเสียบ สาย USB Interface เข้ากับเครื่องคอมโดยตรงเลยครับ


-------------------------------------------------------------------------
Specification:
  • ต่อสายให้ยาวโดยใช้สาย Cat5/RJ45/Cat6 patch cord
  • ใช้ไฟจากพอร์ท USB
  • สามารถใช้ได้กับ USB 1.1/ USB 2.0 
  • ระยะที่สามารถทำงานได้: 150 ฟุต (ประมาณ 45 เมตร)
  • Connection:
    • Connectors of Local Unit:
      RJ45 - CAT5 extension cabling
      Type B USB Male - Connection with PC
    • Connectors of Remote Unit:
      RJ45 - CAT5 extension cabling
      Type A USB Male - Connection with USB Device

เพี่ยงแค่เรามี USB RJ45 Extension Adapter ตัวนี้ เราก็จะไม่ต้อง ทนกับสภาพพื้นที่การผลิดของโรงงาน ที่เอื้ออำนวยต่อการทำงานของเราอีกต่อไป หรือไม่ต้องเดินไปเดินมาให้เมื่อยขา สำหรับเครื่องจักรที่ตั้งห่างออกไปจากตู้ควบคุมอีกต่อไป

--ขอให้มีความสุขกับการใช้งานครับ-


Modbus Protocol คืออะไร



            Modbus คือโปรโตคอลการสื่อสารที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Modicon systems ด้วยรูปแบบง่าย ๆ เป็นรูปแบบการส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ที่ต้องการข้อมูลเราเรียกว่า ModbusMaster ส่วนอุปกรณ์ที่ให้ข้อมูลที่ต้องการเราเรียกว่า Modbus slave



            ใน Modbus Network ที่เป็นมาตรฐานนั้นจะมี Master ตัวเดียวแต่ Slave มีได้ถึง 247 ตัว โดยแต่ละตัวจะมี ID ระบุเหมือนเลขที่บ้านตั้งแต่ ถึง 247 และ Master สามารถ Write ข้อมูลไปยัง Slave ได้


ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร
Modbus เป็น Open Protocol หมายความว่าบุคคลทั่วไปสามารถพัฒนาอุปกรณ์ที่ใช้การสื่อสารแบบ Modbus โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ Modbus จึงเป็น Protocol พื้นฐานและนิยมใช้อย่างแพร่หลายในทุกอุตสาหกรรม โดยใช้รับส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ควบคุมกับ Controller หรือระบบประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ



ทำงานอย่างไร
Modbus เป็นการสื่อสารโดยการส่งข้อมูลไปตามสายสัญญาณ Serial ระหว่างอุปกรณ์ โดยวิธีการสื่อสารที่ง่ายที่สุดคือการต่อสายสัญญาณ Serial ระหว่าง Master หนึ่งตัวกับ Slave หนึ่งตัว

                   

ข้อมูลจะถูกส่งต่อเนื่องกันไปด้วยสัญญาณ หรือ ซึ่งเราเรียกว่า Bit โดยแต่ละบิตจะอยู่ในรูปแบบแรงดัน (Voltage) โดย จะแทนด้วยแรงดันด้านบวกและ แทนด้วยแรงดันด้านลบ ทำให้สัญญาณ Bit ถูกส่งไปด้วยความรวดเร็ว ความเร็วที่ใช้งานโดยทั่วไปคือ 9600 bps (bits per second)

เลขฐานสิบหก (hexadecimalคืออะไร
ตัวเลข และ ที่ส่งมาจะแปลความหมายเป็นค่าตัวเลขได้ก็ด้วยการใช้รูปแบบของเลขฐานสิบหก โดย 4 Bit ที่ต่อกันจะเป็นกลุ่มของเลขฐานสิบหกหนึ่งค่าตั้งแต่ ถึง ดังตาราง

0000 = 0
0100 = 4
1000 = 8
1100 = C
0001 = 1
0101 = 5
1001 = 9
1101 = D
0010 = 2
0110 = 6
1010 = A
1110 = E
0011 = 3
0111 = 7
1011 = B
1111 = F
และแต่ละกลุ่มของ 8 Bit เราเรียกว่า Byte ซึ่งจะแสดงความหมายของ Character หนึ่งตัวที่แทนด้วยตัวเลขตั้งแต่ 00 ถึง FF
จะเก็บข้อมูลในรูปแบบ Modbus อย่างไร

ข้อมูลต่าง ๆ ของอุปกรณ์ที่เป็น Slave จะเก็บอยู่ในตาราง ตารางที่มีคุณลักษณะต่างกัน โดยสองตางรางแรกจะเก็บข้อมูลของแบบ Discrete ที่เป็นค่า On/Off (Coil) ส่วนอีกสองตารางที่เหลือจะเก็บค่าตัวเลข(Register)
Coil และ Register ต่างก็มีตารางแบบ Read-only คืออ่านได้อย่างเดียว และ Read-write คืออ่านได้และเขียนข้อมูลลงไปได้
แต่ละตารางจะมีข้อมูล 9999 (เก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้า) ค่า
Coil หรือ Contact ซึ่งเป็น Discrete แต่ละตัวจะถูกระบุตำแหน่งด้วย Address ตั้งแต่ 0000 ถึง 270E ซึ่งเป็นเลขฐานสิบหก (แปลงเป็นฐานสิบคือ ถึง 9998)
Register แต่ละตัวใช้พื้นที่ 16 bits = 2 bytes = 1 word และมี address ตั้งแต่ 
0000 ถึง 270E เช่นกัน
Data Addresses
Coil/Register Numbers
Type
Table Name
0000 to 270E
1-9999
Read-Write
Discrete Output Coils
0000 to 270E
10001-19999
Read-Only
Discrete Input Contacts
0000 to 270E
30001-39999
Read-Only
Analog Input Registers
0000 to 270E
40001-49999
Read-Write
Analog Output Holding Registers

Coil Register Number จะเป็นเพียง Location name จะไม่ปรากฏอยู่ในข้อมูลที่ถูกรับส่ง แต่Data Addressจะถูกระบุอยู่ในข้อมูล เช่นเดียวกับบุรุษไปรษณีย์จะส่งจดหมายได้ต้องปรากฏบ้านเลขที่อยู่บนซองจดหมาย

ยกตัวอย่างเช่น Register ตัวแรกคือ 40001 จะมี Data Address คือ 0000 เมื่อนำตัวเลข 40001 ลบด้วย 0000 จะได้ค่าที่เรียกว่า Offset คือ 40001 โดยแต่ละตารางจะมีค่า Offset คือ 1, 10001, 30001และ 40001 ตามลำดับ

ข้อมูลอ้างอิง : EDA Instruments & Systems

Nano-10 PLC ขนาดเล็กราคาเบาๆ คุบคุมง่ายๆด้วย Smartphone



            ในบทความนี้ จะนำเสนอ PLC ขนาดเล็ก ราคาถูก ที่มาพร้อมกับ Function ที่มากมายเกินราคา ถึงร่างจะเปลือยเปล่าและมีขนาด IO ไม่มาก แต่เหมาะมากสำหรับงาน Home Automation และงานขนาดเล็กที่ต้องการตรวจสอบผ่านเว็บ iPhone, iPad, Android, PC/Notebook และยังสามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบ Internet Netwotk เดิมที่มีอยู่ได้เลย และยังรองรับการเชื่อมต่อกับระบบ HMI, Scada ได้อีกด้วย


Features:
  • Built-in Ethernet port – Support MODBUS/TCP
  • Programmable via Internet
  • 4 inputs (24V NPN), 4 outputs (4A @24VDC)
  • 2 analog inputs (12-bit, 0-5V)
  • 1 RS485 Port – support Modbus RTU and ASCII
  • 4 Pulse Measurement, 2 Encoders, 2 PWM outputs
  • 1 channel Stepper Motor Controller
  • Very Fast 32-bit CPU
ถึงตัวจะเล็กแขนขาน้อยแต่มาพร้อมกับ CPU เป็นแบบ 32 บิตซึ่งประมวลผลได้เร็ว สามารถเขียนโปรแกรมได้ทั้งแบบ LADDER และ BASIC ซึ่งทำให้เราสามารถออกแบบการทำงานได้หลากหลายและตรงความต้องการมากขึ้น ส่วนการสื่อสารนั้นเป็น Modbus TCP สามารถต่อ Ethernet/ Internet ได้เลย เช่นถ้าเราเอามาวัดค่าสถานะของเซ็นเซอร์ เราสามารถต่อกับ ADSL Router แล้วดูค่าผ่านเว็บแบบ SCADA ได้เลย โดยไม่ต้องมีความรู้การสร้างเว็บใด ๆ ก็เพียงแต่เอารูปที่ต้องการมาทำ Background แล้วเอาค่าสถานะของเซนเซอร์มาแปะวางใส่  ก็ดูผ่านเว็บได้ ซึ่งดูได้ผ่าน PC และ Smartphone ผ่าน web browser (Internet Explorer, Firefox, or Safari)
ดูวิธีสร้างเว็บแสดงสัญญาณได้ที่ http://www.tri-plc.com/documents/Nano10_Quick_Start.pdf


รูปตัวอย่างการเขียนโปรแกรม Ladder และ Monitor ผ่าน Web browser


รูปตัวอย่าง HMI Home Automation ที่สร้างขึ้นสามารถดู ผ่าน Web browser



         นอกจากนี้ยังมีพอร์ต RS485 ให้อีก 1 พอร์ต ใช้ได้ทั้ง Modbus RTU และ Modbus Ascii เพื่อเชื่อมต่อเข้าด้วยกันเป็นระบบ Network ได้อีกด้วย



            
            ลองนึกภาพดูสิครับ เราสามารถดูค่าและสั่งงานระบบควบคุมภายในบ้านผ่าน Smartphone ของเราดูสิครับ มันไม่ใช่ธรรมดาๆเลย แต่มันใช้เงินน้อยมากกับระบบที่ได้มา ในเจ้า PLC ตัวนี้ เนื่องจากไม่ต้องมี PC ตั้งไว้ให้เปลืองค่าไฟฟ้า เพื่อเป็น Web Server นอกจากนั้น PLC ตัวนี้ยังรองรับระบบ HMI/Scada ให้เราสามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคตได้อีกด้วย เหมาะมากๆสำหรับ บ้านพักอาศัย โรงแรม หรืองาน Automation ขนาดเล็กๆ โดยเจ้าตัวนี้ มันมีราคาเพียงแค่ประมาณ 120 USD  ( 37xx บาท) ท่านใดสนใจก็ลองหามาเล่นกันได้ แต่ตัวแทนจำหน่ายบ้านเราอาจจะยังน้อยอยู่

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมแบบ Video Youtube ได้ที่นี่ครับ


Subscribe to RSS Feed Follow me on Twitter!